คุณสมบัติอู่กลางการประกันภัย

1. สถานประกอบการจะต้องมีพื้นที่ทั้งหมดไม่น้อยกว่า 100 ตารางวา และจะต้องมีองค์ประกอบต่างๆ ที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ดังนี้
1.1 โครงสร้าง จะต้องได้มาตรฐานตามที่กำหนดในรายการ ดังนี้
1. 1)      หลังคา : ใช้วัสดุไม่ติดไฟ
2. 2)      โครงหลังคา : ใช้เหล็กหรือคอนกรีตเสริมเหล็กเต็มพื้นที่
3. 3)      ตัวอาคาร : ใช้คอนกรีตหรือวัสดุไม่ติดไฟ พื้นไม่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ
4. 4)      รั้ว : ต้องก่ออิฐถือปูนทุกด้านหรือคอนกรีตทึบแสงมีความสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร
5. 5)      พื้นที่ประกอบการ / ที่จอดรถ : ใช้คอนกรีตเต็มพื้นที่และจะต้องมีที่จอดรถสำหรับลูกค้าที่มาติดต่อเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยห้ามซ่อมและหรือพ่นสีในบริเวณที่จอดรถดังกล่าว
1.2 ความสะดวกในการนำรถเข้าซ่อม ต้องได้มาตรฐานตามที่กำหนดในรายการ ดังนี้
1. 1)      สถานที่ตั้ง ต้องอยู่ติดถนนใหญ่ หรือเข้าซอยไม่เกิน 1 กิโลเมตร หาง่าย
2. 2)      ทางเข้าอู่ ถนนกว้างรถหลีกกันได้สะดวก
3. 3)      ป้ายชื่ออู่และป้ายบอกทางเข้าอู่ มีลักษณะใหญ่มองเห็นชัดเจนในระยะไกล
1.3 การจัดสถานที่ทำงาน ต้องได้มาตรฐานตามที่กำหนดในรายการ ดังนี้
1. 1)      พื้นที่จอดรถเพื่อซ่อม สามารถจอดได้ 20 คันขึ้นไป
2. 2)      ต้องแบ่งหมวดหมู่การซ่อมเป็นหมวดหมู่ทุกขั้นตอน
3. 3)      การจัดเก็บอะไหล่ที่ถอดจากรถ ต้องจัดทำช่องเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
4. 4)      ที่จอดรถซ่อมหรือรถซ่อมเสร็จแล้ว ต้องจอดภายใต้หลังคาทุกคัน
5. 5)      ห้องรับรองลูกค้า แยกส่วนเป็นห้องรับรองโดยเฉพาะและมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายพอสมควร
1.4 บรรยากาศสภาพโดยทั่วไปในอู่
1. 1)      มีการระบายอากาศ และแสงสว่างภายในสถานประกอบการเพียงพอ และเหมาะสม
2. 2)      ต้องจัดให้มีห้องน้ำ ห้องส้วม ที่ล้าง ที่สูบบุหรี่ สำหรับคนงานให้เพียงพอและเหมาะสม
3. 3)      ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ต้องอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้
4. 4)      ห้ามสูบบุหรี่ในอาคารซ่อม เว้นแต่สูบบุหรี่ในที่สูบบุหรี่เท่านั้นและต้องทำป้าย “ห้ามสูบบุหรี่” ตัวอักษรภาษาไทย ขนาด 20 ซ.ม. ติดไว้ให้เห็นชัดเจนอย่างน้อย 2 ป้าย   
1.5 ต้องมีเอกสารประกอบการดำเนินกิจการอู่ อย่างน้อย 3 ใน 4 รายการ ดังนี้
1. 1)      ใบอนุญาติประกอบกิจการโรงงาน
2. 2)      ใบอนุญาตให้ใช้สถานที่ทำการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
3. 3)      ใบทะเบียนการค้า
4. 4)      ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)
2. ต้องมีช่างฝีมือที่ได้รับวุฒิบัตรมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติอย่างน้อยระดับ 1 หรือผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือสถาบันฝึกอบรมที่ได้รับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือจบการศึกษาระดับ ปวช. หรือ ปวส. แผนกช่างยนต์ ช่างเชื่อม และช่างกลโลหะหรือเทียบเท่า จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยเข้าทำงานในสถานประกอบการนั้นๆมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน อย่างน้อย 3 ใน 4 สาขา ดังนี้
1. 1)      ช่างสีรถยนต์
2. 2)      ช่างเคาะตัวถังรถยนต์
3. 3)      ช่างเครื่องยนต์
4. 4)      ช่างไฟฟ้ารถยนต์
3. ต้องมีอุปกรณ์สำคัญสำหรับการซ่อมรถ ดังนี้
1. 1)      ห้องพ่นและห้องอบสีมาตรฐานตามยี่ห้อที่กำหนดแนบท้ายประกาศฉบับนี้หรืออย่างน้อยมีนอกเหนือจากยี่ห้องที่กำหนดโดยมีระบบอัดลมเข้าดูดลมออก ตั้งอุณหภูมิและตั้งเวลาได้
2. 2)      เครื่องดึงตัวถังมาตรฐานแบบ Universal Jig และเครื่องวัดมาตรฐาน 3 มิติ หรืออย่างน้อยเป็นรางดึงแบบฝังพื้นพร้อมอุปกรณ์วัดหรือเป็นแท่นดึงที่มีจิ๊กเฉพาะรุ่น หรือแท่นดึงที่มีเครื่องวัดมาตรฐาน 3 มิติ
4. ต้องใช้สีตามที่กำหนดแนบท้ายประกาศฉบับนี้
5. ต้องผ่านการประเมินตามแบบฟอร์มประเมินผลการตรวจสอบมาตรฐานอู่กลางการประกันภัยตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยมีคะแนนไม่น้อยกว่า 70 คะแนน
6. ต้องรับประกันในผลงานการซ่อม เคาะ พ่นสี หรือเปลี่ยนอะไหล่ อย่างน้อยเป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่รถยนต์ออกจากอู่
7. ต้องจัดให้มีการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกสำหรับทรัพย์สินของลูกค้าที่นำมาซ่อมคุณสมบัติอู่กลางการประกันภัย
สถานประกอบการจะต้องมีพื้นที่ทั้งหมดไม่น้อยกว่า 100 ตารางวา และจะต้องมีองค์ประกอบต่างๆ ที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ดังนี้
1 โครงสร้าง จะต้องได้มาตรฐานตามที่กำหนดในรายการ ดังนี้
1)หลังคา : ใช้วัสดุไม่ติดไฟ
2)โครงหลังคา : ใช้เหล็กหรือคอนกรีตเสริมเหล็กเต็มพื้นที่
3)ตัวอาคาร : ใช้คอนกรีตหรือวัสดุไม่ติดไฟ พื้นไม่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ
4)รั้ว : ต้องก่ออิฐถือปูนทุกด้านหรือคอนกรีตทึบแสงมีความสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร
5)พื้นที่ประกอบการ / ที่จอดรถ : ใช้คอนกรีตเต็มพื้นที่และจะต้องมีที่จอดรถสำหรับลูกค้าที่มาติดต่อเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยห้ามซ่อมและหรือพ่นสีในบริเวณที่จอดรถดังกล่าว
1.2 ความสะดวกในการนำรถเข้าซ่อม ต้องได้มาตรฐานตามที่กำหนดในรายการ ดังนี้
1)      สถานที่ตั้ง ต้องอยู่ติดถนนใหญ่ หรือเข้าซอยไม่เกิน 1 กิโลเมตร หาง่าย
2)      ทางเข้าอู่ ถนนกว้างรถหลีกกันได้สะดวก
3)      ป้ายชื่ออู่และป้ายบอกทางเข้าอู่ มีลักษณะใหญ่มองเห็นชัดเจนในระยะไกล
1.3 การจัดสถานที่ทำงาน ต้องได้มาตรฐานตามที่กำหนดในรายการ ดังนี้
1)      พื้นที่จอดรถเพื่อซ่อม สามารถจอดได้ 20 คันขึ้นไป
2)      ต้องแบ่งหมวดหมู่การซ่อมเป็นหมวดหมู่ทุกขั้นตอน
3)      การจัดเก็บอะไหล่ที่ถอดจากรถ ต้องจัดทำช่องเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
4)      ที่จอดรถซ่อมหรือรถซ่อมเสร็จแล้ว ต้องจอดภายใต้หลังคาทุกคัน
5)      ห้องรับรองลูกค้า แยกส่วนเป็นห้องรับรองโดยเฉพาะและมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายพอสมควร
1.4 บรรยากาศสภาพโดยทั่วไปในอู่
1)      มีการระบายอากาศ และแสงสว่างภายในสถานประกอบการเพียงพอ และเหมาะสม
2)      ต้องจัดให้มีห้องน้ำ ห้องส้วม ที่ล้าง ที่สูบบุหรี่ สำหรับคนงานให้เพียงพอและเหมาะสม
3)      ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ต้องอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้
4)      ห้ามสูบบุหรี่ในอาคารซ่อม เว้นแต่สูบบุหรี่ในที่สูบบุหรี่เท่านั้นและต้องทำป้าย “ห้ามสูบบุหรี่” ตัวอักษรภาษาไทย ขนาด 20 ซ.ม. ติดไว้ให้เห็นชัดเจนอย่างน้อย 2 ป้าย   
1.5 ต้องมีเอกสารประกอบการดำเนินกิจการอู่ อย่างน้อย 3 ใน 4 รายการ ดังนี้
1)      ใบอนุญาติประกอบกิจการโรงงาน
2)      ใบอนุญาตให้ใช้สถานที่ทำการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
3)      ใบทะเบียนการค้า
4)      ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)
2. ต้องมีช่างฝีมือที่ได้รับวุฒิบัตรมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติอย่างน้อยระดับ 1 หรือผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือสถาบันฝึกอบรมที่ได้รับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือจบการศึกษาระดับ ปวช. หรือ ปวส. แผนกช่างยนต์ ช่างเชื่อม และช่างกลโลหะหรือเทียบเท่า จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยเข้าทำงานในสถานประกอบการนั้นๆมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน อย่างน้อย 3 ใน 4 สาขา ดังนี้
1)      ช่างสีรถยนต์
2)      ช่างเคาะตัวถังรถยนต์
3)      ช่างเครื่องยนต์
4)      ช่างไฟฟ้ารถยนต์
3. ต้องมีอุปกรณ์สำคัญสำหรับการซ่อมรถ ดังนี้
1)      ห้องพ่นและห้องอบสีมาตรฐานตามยี่ห้อที่กำหนดแนบท้ายประกาศฉบับนี้หรืออย่างน้อยมีนอกเหนือจากยี่ห้องที่กำหนดโดยมีระบบอัดลมเข้าดูดลมออก ตั้งอุณหภูมิและตั้งเวลาได้
2)      เครื่องดึงตัวถังมาตรฐานแบบ Universal Jig และเครื่องวัดมาตรฐาน 3 มิติ หรืออย่างน้อยเป็นรางดึงแบบฝังพื้นพร้อมอุปกรณ์วัดหรือเป็นแท่นดึงที่มีจิ๊กเฉพาะรุ่น หรือแท่นดึงที่มีเครื่องวัดมาตรฐาน 3 มิติ
4. ต้องใช้สีตามที่กำหนดแนบท้ายประกาศฉบับนี้
5. ต้องผ่านการประเมินตามแบบฟอร์มประเมินผลการตรวจสอบมาตรฐานอู่กลางการประกันภัยตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยมีคะแนนไม่น้อยกว่า 70 คะแนน
6. ต้องรับประกันในผลงานการซ่อม เคาะ พ่นสี หรือเปลี่ยนอะไหล่ อย่างน้อยเป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่รถยนต์ออกจากอู่
7. ต้องจัดให้มีการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกสำหรับทรัพย์สินของลูกค้าที่นำมาซ่อม